แห่เทียนพรรษา พาไปชมเทศกาลยิ่งใหญ่

แห่เทียนพรรษา

แห่เทียนพรรษา ความศรัทธา พัฒนาชุมชน

แห่เทียนพรรษา ตั้งแต่สมัยพุทธกาล สืบสานมาถึงปัจจุบัน ด้วยความตั้งใจ ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา เมื่อก่อนยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ชาวบ้านจึงช่วยกัน หล่อเทียนต้นใหญ่ขึ้น เพื่อถวายพระภิกษุสงฆ์ จุดให้แสงสว่าง ในการศึกษาพระธรรมวินัย และปฏิบัติกิจวัตรต่าง ๆ ในช่วงเข้าพรรษา พร้อมด้วยเครืองไทยทาน ผ้าไตรจีวร ผ้าอาบน้ำฝน และของใช้ที่จำเป็น

การไปถวายเทียนที่วัด ชาวบ้านมักจัดขบวนแห่ อย่างสนุกสนาน และทำสืบต่อกันมา จนกลายเป็นประเพณี ที่รวมความผูกพัน ของคนในท้องถิ่น เริ่มตั้งแต่การร่วม บริจาคเทียนเพื่อมาหลอม เป็นเทียนเล่มใหญ่เล่มเดียวกัน แสดงออกถึงความสามัคคี กลมเกลียวของคนในชุมชน ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่มีฝีมือทางช่าง แกะสลักลวดลายไทย ลงบนต้นเทียน การประดับด้วยผ้าฝ้าย ผ้าไหม ดอกไม้สด

การจัดขวนแห่ เครื่องแต่งกายฟ้อนรำ ใช้ผ้าพื้นเมืองเป็นเครื่องแต่งตัว ท่าทางการฟ้อนรำที่เรียบง่าย ดัดแปลงมาจากวิถีชีวิต ดนตรีประกอบ ก็เป็นเครื่องดนตรีประจำถิ่น ทำให้งานประเพณีนี้ยิ่งใหญ่ ที่ทุกคนเฝ้ารอคอย ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น จะสืบทอดต่อไปอีกยาวไกล

การถวายเทียน ได้รับอาณิสงค์อย่างไรบ้าง

ตามความเชื่อของชาวพุทธ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณว่า การถวายเทียนจะช่วยนำพา ความรู้และสติปัญญา ให้ชีวิตสว่างไสวรุ่งเรือง พบเจอแต่สิ่งดี ๆ หากประสบปัญหา ก็จะคลี่คลายโดยง่าย ให้เรื่องร้ายกลายเป็นดี และยังโยงไปถึง เรื่องของความรัก การนำเทียนมาถวาย นิยมนำมาถวาย 2 เล่ม หรือถวายเป็นคู่ หมายถึงการส่องสว่างในชีวิตคู่ คนที่ยังไม่มีคู่ ก็จะช่วยส่องทางให้พบกันโดยเร็ว

แห่เทียนพรรษา

แห่เทียนพรรษา เทศกาลยิ่งใหญ่ ที่ทั่วโลกรอคอย

ในปัจจุบัน ขบวนแห่ต้นเทียน ถูกพัฒนาไปมาก ความวิจิตรงดงาม ของการแกะลวดลาย 
และการประดับตกแต่ง ความใหญ่โตมโหฬาร ของขบวนแห่ ซึ่งเมื่อก่อน มีขนาดประมาณ 
5-6 เมตร แต่ตอนนี้มีขนาด 10 – 15 เมตร สูงประมาณ 6 เมตร ยิ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจ 
ให้ผู้ชมเป็นอย่างมาก 

รูปแบบในการนำเสนอ ยังคงไว้ซึ่งเรื่องราว ของพุทธประวัติ เป็นภาพที่แกะสลักด้วยเทียน 
และภาพพิมพ์จากเทียน แต่อาจจะมีการสอดแทรก สะท้อนเกี่ยวกับ เหตุการณ์ปัจจุบันไป
ด้วย ซึ่งแต่ละปีจะไม่เหมือนกัน 

"The Candle parade Festival" ประโยคสากล ที่เป็นสื่อกลาง ประเภณีอันงดงาม ของ
ประเทศไทย ให้ไปไกลถึงชาวโลก ดึงดูดผู้คนมากมาย หลากหลายเชื้อชาติ ศาสนา ให้มา
พบและได้สัมผัส เทศกาลที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเห็นได้จาก จำนวนนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาว
ต่างชาติ ที่ต่างพากันมาร่วมชม มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ๆ ทุกปี 

ประเพณีแห่เทียนพรรษา ที่ถือว่ามีความ ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้าง และได้รับความนิยม มี
หลายจังหวัดด้วยกัน ซึ่งแต่ละที่ ก็จะมีความโดดเด่น ที่เป็นอัตลักษณ์ ของจังหวัดตัวเอง 
ทำให้เป็นที่ชืนชอบ และสร้างความตื่นตาตื่นใจ ให้กับเหล่านักเที่ยว เป็นอย่างมาก เรียก
ได้ว่า เลือกกันไม่ถูกเลย จะไปร่วมประเพณีแห่เทียนที่ใหนดี

ปี 2564 เที่ยวงานแห่เทียนที่ใหนดี

ต้องขอแสดงความเสียใจ บรรดานักท่องเที่ยว ที่ตั้งตารอชม ขบวนแห่เทียนพรรษา ที่ต้องพลาดชมความงาม มาถึง 2 ปี เพราะการระบาด ของเชื้อโควิด-19 ที่ยังไม่มีทีท่า จะคลี่คลายในเร็ว ๆ นี้ ทำให้ไม่สามารถจัดกิจกรรม ที่รวมตัวกันเยอะ ๆ ได้

วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคมนี้ เป็นวันเข้าพรรษา ประจำปี 2564 เราจึงอยากพาทุกท่าน ย้อนไปชมบรรยากาศ งานประเพณีเเห่เทียนพรรษา ในปีล่าสุดที่มีการจัดงาน นั่นก็คือปี 2562 มีจังหวัดใดน่าสนใจบ้างนั่น ตามมาชมกันได้เลย

แห่เทียนพรรษา

งานแห่เทียนพรรษา ที่ใหน ๆ ก็ไม่ผิดหวัง!! 

1.ประเพณีแห่เทียนพรรษา จ.อุบลราชธานี

118 ปี แล้วสำหรับงานประเพณีแห่เทียน ที่อุบลราชธานี ถือได้ว่าเป็น งานบุญ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด งานหนึ่งของภาคอีสาน จัดขึ้นทุกปีที่บริเวณ สนามทุ่งศรีเมือง ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่ม ความสวยงาม ความยิ่งใหญ่ ของรูปแบบการแกะสลัก และรูปแบบการติดพิมพ์ ประดับตกแต่ง

ความพิเศษหนึ่ง ของกิกรรมแห่เทียนที่ จ.อุบลราชธานี ก็คือ ก่อนถึงวันงาน นักท่องเที่ยวสามารถ เข้าไปชมการทำต้นเทียน และยังสามารถ ร่วมทำต้นเทียน กับทางวัดนั่น ๆ ได้ด้วย

แห่เทียนพรรษา

2.งานมหกรรมแห่เทียนพรรษา และตักบาตรบนหลังช้าง จ.สุรินทร์ 

จัดขึ้นที่อนุสาวรีย์ พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์ อำเภอเมือง ชมความวิจิตรงดงาม ของขบานแห่เทียนพรรษา จาก 12 คุ้มวัดชื่อดัง และหนึ่งเดียวในประเทศไทย ขบวนแห่ช้างที่ยิ่งใหญ่ 45 เชือก แบ่งเป็น 4 ริ้วขบวน คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และขบวนช้างแฟนซี

และไฮไลท์ของงานคือ การตักบาตรบนหลังช้าง โดยพระเถระชั้นผู้ใหญ่ นั่งบนหลังช้าง ออกรับบิณฑบาต จากประชาชน และนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนวันเข้าพรรษา

3.ประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำที่ลาดชะโด จ.พระนครศรีอยุธยา 

จัดที่คอลงลาดชะโด อำเภอผักไห่ เป็นเอกลัษณ์หนึ่งเดียว ของประเทศไทย อีกเช่นเดียวกัน เพราะชาวชะโด มีชีวิตผูกพันกับสายน้ำ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัส วิถีชีวิตริมคลอง วัฒนะธรรมแห่งสายน้ำ ชมชบวนแห่ต้นเทียนทางเรือ ที่ประดับตกแต่ง อย่างสวยงามสร้างสรรค์ ด้วยดอกไม้นานาชนิด การแสดงต่าง ๆ ทั้งในช่วงกลางวัน และกลางคืน

แห่เทียนพรรษา

4.งานประเพณีตักบาทดอกเข้าพรรษา จ.สระบุรี 

จัดที่วัดพระพุทธบาทวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน “รอยพระพุทธบาท” อันศักดิ์สิทธิ์ และที่วัดแห่งนี้ คือ 1 ใน 5 รอยพระพุทธบาท ที่พระพุธเจ้าประทับไว้ ตามความเชื่อ ที่ชาวพุทธเคารพบูชา กิจกรรมในงานได้แก่ ขบวนแห่เทียนพรรษาพระราชทาน ขบวนการแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น และการตักบาตรด้วยดอกไม้สด

ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก ชาวอำเภอพุทธบาท จะนำ “ดอกหงส์เหิน” ใช้ตักบาตรในวันเข้าพรรษา จนกระทั่งเกิดเป็นประเพณีท้องถิ่น เรียกกันว่า “ดอกเข้าพรรษา” นั่นเอง ซึ่งมี 3 สี แต่ละสีมีความเชื่อ ดังนี้

สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์แห่งพระพุทธศาสนา

สีเหลือง หมายถึง สีแห่งพระสงฆ์

สีม่วง หมายถึง เป็นสีที่หายากที่สุด เชื่อว่าการใส่บาตรด้วยดอกสีม่วง จะได้บุญกุศลแรงที่สุด

เมื่อพระสงฆ์รับบิณฑบาตแล้ว ก็จะนำไปสักการะรอยพระพุทธบาท อันจะส่งผลบุญให้ผู้ทำบุญตักบาตร ได้ขึ้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ดอกเข้าพรรษา
ดอกเข้าพรรษา หรือ ดอกหงษ์เหิน

5.ประเพณีแห่เทียนพรรษา จ.สุพรรณบุรี 

จัดขึ้นเป็นปีที่ 11 แล้ว ที่วัดป่าเลไลย์ อำเภอเมือง โดย เพื่ออนุรักษณ์วัฒนธรรม และส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยมีขบวนแห่เทียนจาก 10 อำเภอ โดยเน้นวัสดุธรรมชาติ ขบวนการแสดงต่าง ๆ พร้อมด้วยการสื่อให้เห็น ถึงวิถีการดำรงชีวิตจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งภาษาถิ่น ตำนาน วรรณคดี การแต่งกาย การละเล่นพื้นบ้าน การสอดแทรกภูมิปัญญาท้องถิ่น และการดำรงชีวิต ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

5.งานแห่เทียนโคราช จ.นครราชสีมา 

จัดขึ้นบริเวณลานหน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (คุณย่าโม) และมีการเคลือนขบวนแห่ ไปรอบเมือง มากกว่า 30 ขบวนต้นเทียน เป็นหนึ่งงานที่น่าภาคภูมิใจ ของชาวโคราช ได้รับการยกย่อง ว่ามีความสวยงามยิ่งใหญ่ ไม่แพ้งานที่ จ.อุบลราชธานี

หนึ่งไฮไลท์ในขบวนแห่ ที่เป็นที่โด่งดังทุกปี ก็คือขบวนเทียน ที่แกะสลักล้อเลียน เหตุการณ์บ้านเมือง ในขณะนั้น

เทียนล้อการเมือง
เทียนล้อการเมือง