เกร็ดความรู้คู่ยานยนต์

เกร็ดความรู้คู่ยานยนต์

เกร็ดความรู้คู่ยานยนต์ ไฟหน้าปัดใดบ้าง ? เตือนสัญาณอันตราย!!

เกร็ดความรู้คู่ยานยนต์ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม ในบ้างครั้ง มันอาจจะส่งผลกระทบร้ายแรง ชนิดที่เราคาดไม่ถึง แต่ถ้าหากว่าเรารู้ได้แล้วละก็ ก็จะช่วย “save” อะไรได้มากมาย เช่น ความเสียหายต่อรถยนต์ สุดรักของคุณ อันตรายต่อชีวิตของคุณ และคนในครอบครัว หรือแม้แต่คนใช้รถใช้ถนน ร่วมเส้นทางเดียวกับคุณ เพราะอุบัติเหตุ เกิดขึ้นได้ทุกเวลา

ก่อนขับรถคันโปรดออกจากบ้าน ก็ควรที่เดินวนรอบ ๆ รถดูก่อน สังเกตุสิ่งผิดปกติ ยางแบนรึเปล่า ? มีรอยน้ำ หรือรอยน้ำมันหยดใต้ท้องรถ มากเกินไปไหม ?

รีบ ? ทำไมไม่ไปตังแต่เมื่อวาน!!

ถ้าวันนั้น ไม่ได้รีบเร่งอะไรนัก อาจจะเปิดฝากระโปร่ง เช็คน้ำในหม้อน้ำ หม้อพักน้ำ และน้ำปัดกระจก น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบบรค ระบบไฟต่าง ๆ รอบตัวรถ เช่น ไฟหน้า ไฟหรี่ ไฟเลี้ยว ไฟถอย ไฟเบรค ไฟฉุกเฉิน ทำงานครบทุกจุดหรือไม่ ?

หลังจากสตาร์ทรถแล้ว ก่อนจะเหยียบคันเร่ง ลองมองที่หน้าปัดเรือนไมล์สักนิด ดูว่ามีสัญญาณไฟ ที่ไม่ได้รับเชิญ โชว์หราขึ้นมารึเปล่า เพราะนั่นคือสิ่งที่รถคันโปรดของคุณ พยายามจะบอกคุณว่า “ฉันกำลังป่วย มีบางอย่างผิดปกติ เกิดกับตัวฉัน คุณช่วยดูแลอาการหน่อย”

คนกับรถ ความเหมือนที่แตกต่าง

รถยนต์กับคนก็คล้าย ๆ กันตรงที่ว่า ถ้าเรารู้สึกไม่สบาย ปวดหัว ตัวร้อน หรือมีอาการท้องเสีย แต่ยังฝืนสังขารร่างกาย ออกไปทำงาน ออกไปทำธุระ  คุณไม่รู้หรอกว่าระหว่างเดินทาง หรือตอนที่คุณกำลังทำงาน ทำธุระอยู่นั้น คุณอาจะหมดเรี่ยวแรง เป็นลมหมดสติ น็อคไปตอนใหนก็ได้

แต่ความเสียหายจากรถยนต์ มันอาจจะมากกว่านั้น ถ้าเครื่องยนต์เกิดดับ ขณะที่คุณกำลังขับอยู่บนท้องถนน อุบัติเหตุตามมาไม่ว่าจะร้ายแรงขนาดใหน เมื่อมีสัญญาณเตือนแล้ว ควรตรวจเช็คดู และรีบแก้ไข ถ้าคุณไม่รู้ว่า สัญญาณนั้นคือไร ? เรามีคำตอบ

5 สัญลักษณ์ 5 สัญญาณเตือน เจอแล้วต้องจอด ? 

โดยปกติทั่วไป สัญลักษณ์ไฟที่หน้าปัด จะติดขึ้นเมื่อเราเตรียม ที่จะสตาร์ทเครื่องยนต์ เมื่อเครื่องยนต์ทำงานไปสักพักไฟก็จะดับ แต่เมื่อใดที่ไฟนั่น ๆ โชว์ขึ้นมาตอนที่กำลังขับรถอยู่แล้วละก็ รีบเปิดไฟเลี้ยวซ้าย เตรียมจอดรถ ชิดทางทางได้เลย

เกร็ดความรู้คู่ยานยนต์
เกร็ดความรู้คู่ยานยนต์

1. ไฟรูปเครื่องยนต์ ⇒ ไฟสัญญาณเตือน การทำงานของเครื่องยนต์ วิเคราะห์เบื้องต้นได้ก่อนว่า เครื่องยนต์มีปัญหา แล้วถ้ายังพอขับต่อไปได้ เร่งเครื่องได้ปกติ ก็ให้สังเกตไฟสัญญาณอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย ไม่ควรเร่งความเร็ว และใช้รอบเครื่องยนต์ 1,500-2,000 เพื่อป้องกันการเสียหายต่อเครื่องยนต์ และเจ้าของรถ สามารถประคองรถ เข้าศูนย์บริการ หรืออู่ซ่อมได้

ซึ่งสัญญาณไฟนี้ อาจเกิดได้หลายปัญหา โชคดีหน่อยอาจแค่เตือน ให้เข้าทำการตรวจเช็ค เครื่องยนต์ไม่ได้เสียหายในทันที แต่จะเป็นในระยะยาว ผู้ขับขี่สามารถใช้รถต่อไปได้

2. ไฟรูปแบตเตอรี่ ⇒ ไฟสัญญาณเตือน ระบบการจ่ายกระแสไฟ ถ้านี้ติดสว่าง หรือกระพริบ แสดงว่าระบบประจุไฟ หรือระบบชาร์จไฟมีปัญหา สิ่งแรกที่ควรทำ คือ หาที่ปลอดภัยแล้วจอดรถ หรือรีบเข้าอู่ หรือศูนย์ที่ใกล้ที่สุด แต่ไม่ควรเกิน 5 นาที นับจากไฟติดขึ้นมา และควรปิดแอร์ วิทยุ หรือระบบไฟฟ้าอื่นๆ เพราะมันจะดึงไฟ มาจากตัวแบตเตอรี่ ถ้าแบทเตอรีสภาพดี ก็อาจจะวิ่งได้นานกว่านั้น แต่ไม่นานเครื่องยนต์ก็จะดับ เพราะไม่มีไฟฟ้าไปเลี้ยงระบบ

สาเหตุเริ่มจากเบา ๆ ก็แค่สายพานไดชาร์จอาจหย่อนหรือขาด ฟิวส์ขาด ถ้าหนัก ๆ หน่อย ก็คือ ไดชาร์จเสื่อม หรือพัง เช่น แปรงถ่านหมด ขดลวดไหม้ ไดโอดเสีย และอาการสุดท้าย แบทเตอรีไม่เก็บไฟ ส่วนมากใช้ได้ ประมาณ 2 ปี เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และการใช้งาน

3. ไฟระบบเกียร์ออโต้ ⇒ ไฟสัญญาณเตือน ระบบเกียร์อัตโนมัติมีปัญหา โดยส่วนมากขึ้นโชว์เมื่อ น้ำมันเกียร์มีอุณหภูมิ ที่สูงกว่าปกติ อันดับแรกจอดรถ เช็คด้วยการดึงก้าน วัดน้ำมันเกียร์ ออกมาเช็ดให้สะอาด จากนั้นใส่กลับลงไป แล้วดึงออกมาดู ว่าระดับอยู่ตรงขีด ที่กำหนดหรือเปล่า

รถที่เพิ่งขับมา ระดับควรอยู่ในโซนร้อน แต่ถ้ารถจอดเฉย ๆ ระดับน้ำมันควรอยู่ในโซนเย็น หากระดับมากกว่ากำหนด จะต้องถ่ายน้ำมันเกียร์ออก แต่ถ้ามีน้อยเกินไป หรือปล่อยให้แห้ง ก็ทำให้เกียร์เสียหายได้เช่นกัน

4. ไฟรูปเทอร์โมมิเตอร์  ⇒ ไฟสัญญาณเตือน ความร้อนเครื่องยนต์ ซึ่งสำคัญมาก ๆ ในรถรุ่นใหม่ ๆ มาตรวัดความร้อนไม่ค่อยจะมีให้(ทำไมนะ ¿)  ตอนเตรียมสาร์ทเครื่อง สัญลักษณ์นี้จะโชว์ เป็นไฟสีฟ้า แล้วจะดับไป เมื่อเครื่องถึงอุณหภูมิที่เหมาะสม ถ้าความร้อนเริ่มสูงกว่าปกติ ถึงระดับที่เซนเซอร์ตั้งไว้ ไฟรูปเทอร์โมมิเตอร์ จะโชว์ขึ้นเตือนอีกครั้ง แต่จะเปลี่ยนเป็นสีแดง แต่ไม่ต้องตกใจไป ยังพอมีเวลา ที่จะให้คุณนำรถ เข้าจอดข้างทาง และถ้าคุณขับเพลิน จนลืมสังเกตแล้วละก็ บรรเทิงกันเลยละ

ความร้อนขึ้นสูงเป็นเวลานาน เครื่องยนต์จะดับไปเลย ปัญหาที่ตามมาก็จิ๊ป ๆ ฝาสูบโก่ง เสื้อร้าว สาเหตุเกิดได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นท่อน้ำรั่ว หม้อน้ำรั่ว พัดลมไม่ทำงาน ฯลฯ แต่ความเสียหายจะไม่เกิด ถ้าคุณรู้ทัน และดับเครื่องยนต์ได้ทัน และนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไม คนนินิยมซื้อมิเตอร์ต่าง ๆ มาติดเพิ่มเติม ได้ทั้งประโยชน์ ได้ทั้งความเทห์

5. ไฟรูปกาน้ำมันเครื่อไฟสัญญาณเตือน ความดันน้ำมันเครื่องต่ำ น้ำมันเครื่องของรถคุณ อาจจะน้อยเกินไป มีอันตรายสูงมาก ส่งผลให้น้ำมันเครื่อง ไม่สามารถหมุนเวียนได้ หรืออาจจะมีการรั่วซึม แต่ถ้าตรวจเช็คแล้ว พบว่าอยู่ในระดับปกติ แต่ไฟยังโชว์อยู่ ให้เดาไปก่อนเลยว่า อาจจะมีปัญหาหัวปั๊ม หรือไม่ก็เซนเซอร์แรงดันเสีย ลองนำรถเข้าศูนย์ หรืออู่ที่ใกล้ที่สุด

ผลที่ตามมา อาการชาฟท์ละลาย หรือแบริง ข้อเหวี่ยงไหม้ละลาย จนเครื่องยนต์ไม่สามารถทำงานได้ ซ่อมไม่คุ้มเสีย

เกร็ดความรู้คู่ยานยนต์ แต่งเติมเสริมหน่อย

มีการแบ่งลักษณะสี ของไฟสัญญาณเตือน บนหน้าปัดรถยนต์ เอาไว้ดังนี้

สีแดง ⇔ อันตราย

สีเขียว หรือ น้ำเงิน ⇔ ใช้งานได้ปกติ

สีเหลือง ⇔ เตือนให้ระวังแต่ยังสามารถใช้งานได้

ผู้ผลิตแต่ละค่ายรถ อาจทำมาไม่เหมือนกัน ผู้ขับขี่จำเป็นต้อง ทำความรู้จัก กับรถของตัวเอง อย่ารอให้สายเกินไป