มาสคอต Tokyo Olympic และ Paralympic 2020

มาสคอต

มาสคอต คืออะไร ? เกิดมาเพื่อสิ่งใด ?

มาสคอต (Mascot) หรือ ตัวนำโชค  อาจจะเป็นตัวการ์ตูน สิ่งมีชีวิตเช่น คน หรือสัตว์ หรือสิ่งของบางอย่าง เพื่อเป็นตัวแทน ทีมกีฬา งานอีเวนท์ องค์กรต่าง ๆ ต่อสาธารณชน มีการคาดการณ์ว่า น่าจะมีมา ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ในประเทศฝรั่งเศส โดยมาจากคำว่า “Mascoto” มีความหมายว่า “แม่มด” หรือ “หมอผี” และมีคำที่ใช้เรียก เครื่องรางของแม่มด หมอผีเหล่านั้นว่า “Mascotte” เมื่อก่อนจะใช้คำ ๆ นี้ ในการอวยพร สำหรับนักพนัน

ในช่วง ปี ค.ศ. 1880 ที่ฝรั่งเศส มีละครโอเปรา ชื่อว่า “La Mascotte (The Mascot)” ซึ่งมีเรื่องราว เกี่ยวกับสิ่งที่ จะนำโชคลาภ และสิ่งดี ๆ มาให้ ในเรื่องมีเกษตรกร ชาวอิตาเลียน ที่เพาะปลูกพืช อะไรก็ไม่ได้ผล จนได้รับการช่วยเหลือ จาก “Bettina” หญิงสาวแปลกหน้า ทำให้พืชผลของเขา เติบโตงอกงาม Bettina จึงเป็นผู้นำพาโชคลาภ และสิ่งดี ๆ มาให้นั่นเอง

การนำมาสคอต มาใช้ในกีฬาโอลิมปิก มีขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1968 ที่เม็กซิโก แต่ไม่ใช่มาสคอต อย่างเป็นทางการ ซึ่งมี 2 ตัว “รูปปั้นเสือจากัวร์สีแดง แห่งชีเชนอิตชา” เป็นโบราณวัตถุ ของชีเชนอิตชา แหล่งมรดกโลก ตั้งอยู่ในคาบสมุทรยูกาตัง รัฐยูกาตัง ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ของประเทศเม็กซิโก สร้างขึ้นโดยชาวมายา ในเขตวัฒนธรรมเมโสอเมริกัน 

มาสคอต

อีกมาสคอตหนึ่ง “นกเขาแห่งสันติภาพ บ่งบอกถึงการเรียกร้อง สันติภาพในช่วงยุคสงครามเย็น สะท้อนในสังคม ในช่วงนั้นที่เกิดสงครามเวียดนาม และการต่อต้านการเหยียดสีผิว” 

Tokyo Olympic 2020 ประเทศญีปุ่น

มาสคอต คือตัวอะไรเอ่ย…

เพื่อเป็นตัวแทน นำเสนอภาพลักษณ์ ของประเทศผู้เป็นเจ้าภาพ ซึ่งที่ผ่านมา มาสคอตมีรูปร่างหลากหลาย ตั้งแต่สุนัขไปจนถึงหมี เทพเจ้าในตำนานกรีก ไปจนถึงเอเลี่ยน ซึ่งลักษณะของมาสคอต จะขึ้นอยู่กับประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิต ของประเทศที่เป็นเจ้าภาพ 

ในส่วนการแข่งขัน กีฬาโอลิมปิก ปี 2020 ซึ่งประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ หรือ Tokyo Olympic 2020 มีมาสคอต เป็นตัวการ์ตูน ลายตารางหมากรุก สีน้ำเงินคราม สลับสีขาว มีชื่อว่า “มิไรโทวะ” (Miraitowa) มาจากคำว่า มิไร (Mirai) ที่แปลว่า “อนาคต” กับคำว่า โทวะ (Towa) ที่แปลว่า “นิรันดร์” มีความหมายว่า มิไรโทวะ เป็นตัวแทนของอนาคต ที่เต็มไปด้วยความหวัง นิรันดร์ในหัวใจ ของผู้คนทั่วโลก 

มิไรโทวะ (MIRAITOWA) นั้นมีความแข็งแกร่ง รักในความยุติธรรม มีพลังพิเศษเทเลพอต เคลื่อนที่ไปไหนก็ได้ โดยทันที และจะมีบุคลิก ที่แสดงออก ตามสุภาษิตโบราณ ของญี่ปุ่นที่ว่า เรียนรู้สิ่งเก่า ๆ เพื่อนำมาพัฒนา ให้เกิดสิ่งใหม่

ซึ่งลายตารางหมากรุก ในภาษาญี่ปุ่น เรียกว่า อิชิมัตสึ มาโย (Ichimatsu Moyo) ในสมัยเอโดะ และมักนิยมใช้เป็นลวดลาย ในชุดกิโมโน MIRAITOWA จึงถือเป็นตัวแทน ของคำว่า “วัฒนธรรม” และ “นวัตกรรม” เข้าด้วยกันนั้นเอง

Paralympic 2020 มีมาสคอตด้วยรึเปล่า

กีฬาพาราลิมปิก ปี 2020 (Paralympic 2020) จะเริ่มการเเข่ง หลังจากจบการแข่งขันโอลิมปิก ของทุก ๆ ครั้ง และครั้งนี้ตัวมาสคอต เป็นตัวการ์ตูน ลายหมากรุกสีชมพู สลับกับสีขาว มีชื่อว่า “โซเมตี้” (Someity) มาจากชื่อของ ดอกซากุระ สายพันธ์ุโซเม-โยชิโนะ (Somei Yoshino) ที่เพาะพันธุ์ขึ้น ในสมัยเอโดะ และคำว่าโซเมตี้ ยังพ้องเสียงกับคำว่า “So Mighty” ในภาษาอังกฤษ  ที่แปลว่ายิ่งใหญ่ ซึ่งมีความหมายว่า โซเมตี้ เป็นสัญลักษณ์แห่ง ความยิ่งใหญ่ และจิตใจที่แข็งแกร่ง 

โซเมตี้ (SOMEITY) สามารถรับ-ส่ง กระแสจิตผ่านหนวด รูปกลีบดอกซากุระ ที่ติดอยู่กับใบหน้า สามารถพูดคุย กับก้อนหินและสายลมได้ สามารถเคลื่อนย้าย วัตถุต่าง ๆ ได้ เพียงใช้สายตามองเท่านั้น และสามารถบินได้ โดยใช้ผ้าคลุม ลายตารางหมากรุก สีชมพูขาว ที่อยู่ทางด้านหลัง

SOMEITY มีนิสัยค่อนข้างจะเงียบ แต่จะแสดงพลัง ที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน เมื่อถึงยามจำเป็น เหมือนกับนักกีฬา พาราลิมปิก ที่สามารถแสดงพลัง และความแข็งแกร่ง ที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน ขณะทำการแข่งขัน กีฬาอยู่นั่นเอง

มาสคอต
ทานิกุจิ เรียว (Taniguchi Ryo) นักออกแบบ

ใครคือผู้ให้กำเนิด มิไรโทวะ และโซเมตี้ ?

ผู้ออกแบบมาสคอต ก็คือ ทานิกุจิ เรียว (Taniguchi Ryo) นักออกแบบฟรีแลนส์ ผู้ที่ไม่เคย ได้รับรางวัลใด ๆ มาก่อนเลยในชีวิต อธิบายว่า “มาสคอตสองตัวนี้ เป็นเพื่อนสนิทกัน เจ้ามิไรโทวะ จะมีลักษณะ ของความดั้งเดิม สะท้อนวัฒนธรรม ของเป็นประเทศญี่ปุ่น แต่ในขณะเดียวกัน ก็ให้ความรู้สึกที่ทันสมัย ผ่านรูปลักษณ์การออกแบบ ในส่วนของโซเมตี้ ภายนอกบ่งบอก ถึงความสง่างาม และมีหัวใจที่มีเมตตา และรักธรรมชาติ จะให้ความรู้สึกสงบ แต่ก็ซ่อนความแข็งแกร่ง เอาไว้ภายใน

สิ่งที่พิเศษมาก ๆ ของทั้งคู่ก็คือ มีพลังพิเศษ เหมือนซูเปอร์ฮีโร่ พลังพิเศษของมิไรโทวะ คือ สามารถหายตัว ไปที่ไหนก็ได้ ในทันที และพลังพิเศษของโซเมตี้ คือ สามารถพูดคุยกับก้อนหิน และสายลมได้ สามารถเคลื่อนย้ายสิ่งของ ได้ด้วยสายตา” 

เด็กและเยาวชน คือพลังขับเคลื่อนประเทศชาติ

มาสคอต
ประเทศญี่ปุ่น ให้ความสำคัญกับเด็ก และเยาวชน

มิไรโทวะ และโซเมตี้ ทั้งสองตัวนี้ ได้รับคะแนนโหวต จากเด็กนักเรียน ชั้นประถมกว่า 16,769 แห่ง ทั่วประเทศญี่ปุ่น คิดเป็นจำนวน มากกว่า 6.5 ล้านคน และยังมีสถานศึกษา สำหรับคนตาบอด ซึ่งจะได้รับ มาสคอตสามมิติ เพื่อใช้ประกอบ การตัดสินใจด้วย โดยใช้โปรแกรม Yoi Don! โปรแกรมการศึกษาของญี่ปุ่น ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย 

การให้โอกาส นักเรียนได้มีส่วนร่วม ในการคัดเลือก มาสคอตที่ชื่นชอบ ด้วยตัวของเขาเอง แสดงให้เห็นว่า ประเทศญี่ปุ่น ให้ความสำคัญกับเด็ก และเยาวชน เป็นอย่างมาก เพราะเยาวชนเหล่านี้ จะเป็นพลังขับเคลื่อน ที่จะนำประเทศ ให้พัฒนาต่อไป