ข่าวกีฬาฟุตบอล

เว็บไซต์กีฬาอันดับ 1 อัพเดทข่าวสารวงการกีฬา ฟุตบอล ผลบอล ฟุตบอลวันนี้ ผลฟุตบอลทั่วโลก พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่าแชมป์เปียนลีก ยูฟ่าคัพ ไทยลีก เจลีก

ย้อนรอยความสำเร็จใน ฟุตบอลโลก 2014 ของทีมอินทรีเหล็ก

ฟุตบอลโลก 2014

ถ้าหากว่ายังคงจำกันได้ในการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2014 ที่ตอนนั้นสนุกไม่ได้แพ้ แชมป์บอลโลก 2010 และยังเป็นการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 เยอรมัน อาร์เจนตินา ถือว่าเป็นเกมที่มีความดุเดือด และด้วยผลงานของทีมชาติเยอรมัน ทำให้บรรดาแฟนบอลต่างพูดถึงความยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ โยอัคคิม เลิฟ ที่เขาเป็นนักเตะ ที่โชว์ให้เป็นสไตล์การเล่น ที่สวยงามรวมเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นความเร็วและดุดัน ทำให้การเล่นบอลของเขาเล่นเพียงแค่ไม่กี่จังหวะ ก็สามารถเข้าไปทำสกอร์ได้เลย เรียกว่า แฮร์รี่ แม็คไกวร์ และ โชเซ มูรินโญ ยังต้องยอมรับ

ความจริงแล้วทางทีมชาติเยอรมัน เขาได้มีการวางรากฐานให้กับวงการลูกหนังของเขามาแล้วอย่างยาวนาน ทำให้พอมาถึงบอลโลก 2014 แชมป์ ซึ่งกว่าจะได้มาก็เพราะว่าพวกเขาที่เคยแอบซุ่มซ้อมมาตั้งแต่ 2006 คือได้เอาพวกดาวรุ่งที่เคยเล่นกันมาตั้งแต่ 2010 ซึ่งกลายเป็นซุปตาร์แห่งวงการลูกหนังไปแล้วก็หลายคน เรียกได้ว่าผลิตมาเท่าไร ก็สามารถผลิดอกออกผลมาเป็นอย่างดี ทำให้พอมาถึง 2014 ก็เลยไม่ใช่เรื่องยากที่พวกเขาจะคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 เยอรมัน อาร์เจนตินา มาได้แบบสมศักดิ์ศรี

แชมป์บอลโลก 2010

ฟุตบอลโลก 2014 ที่ประจักษ์ถึงความเหี้ยมของ เยอรมัน ฟุตบอลโลก 2014ครั้งนี้

ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว บอลโลก 2014 ครั้งนี้ก็ได้เวลาที่ทางทีมชาติเยอรมัน จะได้โชว์ความเหี้ยม คือทั้งไล่เฆี่ยนและไล่ขยี้ทีมชาติโปรตุเกสแบบไม่ยั้งเลยเทีเดียวด้วยการถล่มพวกเขาไปด้วยสกอร์ 4-0 ซึ่งในนัดนี้เองยังมีการทำแฮตทริกของ โธมัส มุลเลอร์ ที่เปิดศึกด้วยการประเดิมไปสามแต้มให้กับทีมแบบสวยงามค่ะ

และถึงแม้ว่าจะมีบางนัดนะคะที่ทางเยอรมันเกิดไปสะดุดเข้ากับทีมชาติของกาน่าคือเสมอไป 2-2 แต่สุดท้ายแล้วก็เข้ามาในรอบแบ่งกลุ่มคือต้องไปเฉือนเอาชนะสหรัฐอเมริกาไป 1-0 ทำให้สามารถเข้ารอบไปได้ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเรียกว่าเข้าเป็นที่หนึ่งของกลุ่มค่ะ

และด้วยความที่ทางทีมชาติเยอรมันนั้นเคยโชว์ฟอร์ม บอลโลก 2014 แชมป์ มาแล้วแบบสวยๆ ในรอบแบ่งกลุ่ม อย่างตอนที่ไปถล่มทีมชาติโปรตุเกสถึง 4-0 ประตู ทำให้ทีมชาติของทางเยอรมัน ก็เลยกลายเป็นตัวเต็งว่าจะสามารถผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้อย่างแน่นอน แต่ว่ามันก็ไม่มีอะไรที่แน่นอนกับลูกกลมๆ เพราะว่ามันมีรอบน็อกเอาท์ ทำให้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแถมงานนี้ ยังเจอเข้ากับแอลจีเรีย ที่พวกเขานั้นมีความเร็วของแนว ที่ปั่นป่วนมาก

แต่ไม่น่าเชื่อว่าแนวรับของทางอินทรีเหล็กนั้นดีเกินคาดทำให้ 45 นาทีแรกมีหลายครั้งที่แอลจีเรียจะทำประตูได้แต่ไม่สามารถข้ามผ่าน มรานูเอล นอยเออร์ โชว์เซนต์ ที่จะออกมาตัดบอลให้ออกนอกกรอบได้อยู่เสมอ ทำให้งานนี้ทีมอินทรีเหล็กวางใจได้ว่าแนวหลังมีความแข็งปึกปัก และในที่สุดทางแอลจีเรียก็ยังสามารถตีไข่แตกในช่วงทดเวลาแต่ก็ยังพ่ายทีมอินทรีเหล็กไป 1-2 ประตู ทำให้ทีมเยอรมันเลยเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

บอลโลก 2014 แชมป์

หัวใจเกือบวายตอนที่ต้องเจอเข้ากับทีมชาติฝรั่งเศส

ปฏิเสธไม่ได้ว่าทีมชาติฝรั่งเศสคือทีมหัวกะทิทีมหนึ่งของยุโรปเลยทีเดียว ทำให้ในนาทีนั้นก็คือต้องมาแข่งกันว่าใครเจ๋งกว่าใคร ซึ่งพวกขุนพลของทีมชาติตราไก่ ที่คุมทัพมาก็คือ ดิดิเย่ร์ เดส์ช็องส์ และยังได้พ่วงเอาลูกทีมคนเก่งอย่าง คาริม เบนเซมา , ปอล ป๊อกบา และอีกคนเก่งอย่าง อ็องตอน กรีซมันน์มาด้วยนี่สิ

ซึ่งในการแข่งขันกันกับฝรั่งเศสในนัดนี้นั้น ทางทีมชาติเยอรมันได้ มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์ เขาโหม่งแบบเสียเสียบไปใต้คาน ทำให้นาทีที่ 13 นั้น ทีมชาติเยอรมันขึ้นนำไปก่อนทำให้งานนี้ทีมชาติฝรั่งเศสอยู่เฉยไม่ได้ต้องเร่งทำประตูตีเสมอให้เร็วที่สุดแต่จบเกมทีมชาติเยอรมันก็เลยชนะไปค่ะ

ถ้าหากว่าจะพูดถึงรอบรองชนะเลิศ บอลโลก 2014 แชมป์ ก็เป็นอีกหนึ่งของไฮไลท์สำคัญที่ทำให้ เป็นนัดสำคัญของ บอลโลก 2014 เพราะว่าต้องไปเจอกับทีมชาติเจ้าภาพอย่างบราซิล ทำให้เสียงเชียร์ที่กระหึ่มอยู่ข้างสนามแน่นอนว่าต้องเป็นแฟนบอลบราซิลแน่นอน แต่ด้วยความพร้อมของทีม และเป็นทีมที่แข็งแกร่งบอกได้เลยว่ามีความเหนือขุนพลจากแดน แซมบ้า ที่ตอนนั้นทางเจ้าภาพไม่ได้ส่ง ขุมกำลังเบอร์หนึ่งมาแข่งขันอย่าง เนย์มาร์ เพราะว่าเขาเกิดอาการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังแตก

ฟุตบอลโลก 2022

สรุปแล้ว ฟุตบอลโลก 2014 ทีมชาติเยอรมันคว้าแชมป์โลกสนุกไม่ได้แพ้ ฟุตบอลโลก 2018 และ ฟุตบอลโลก 2010

และก็มาถึงนัดชิงชนะเลิศที่แฟน บอลโลก 2014 ต่างก็รอคอยและถือว่ากลายเป็นความทรงจำของคนทั่วโลก เพราะว่ามันเป็นการชิงโทรฟี่ เวิลด์ คัพ ที่เป็นการแข่งขัน เรียกว่าเต็มไปด้วยความดุเดือดและมีอรรถรสของทั้งความสมหวังและผิดหวังไม่ได้แพ้ ฟุตบอลโลก 2022 เลยทีเดียว

ซึ่งตลอด 90 นาทีนั้นเต็มไปด้วยความหวาดเสียว เรียกว่านั่งกันไม่ติดเลยทีเดียวโดยเฉพาะสาวก ของพวกอินทรีเหล็ก ที่มีความจวนเจียนจะเสียประตูก็หลายครั้ง และถ้าหากว่าจำกันได้ วันนั้นเราได้เห็น กอนซาโล่ อิกวาอิน ที่เขาคือกองหน้าของทีมฟ้าขาวที่ทำให้มีบางคนเกือบจะหัวใจวาย

และถึงแม้ว่าใน ฟุตบอลโลก 2010 แชมป์ เกมนี้ฝ่ายทีมชาติเยอรมัน จะเป็นฝ่ายตั้งรับ แต่ทุกคนก็สู้กันแบบถวายหัว เรียกว่าเล่นกันเหมือนมันจะเป็นเกมสุดท้ายของชีวิต ทำให้ทุกคนมีความสามัคคีกัน คือช่วยกันปิดแนวรับให้รัดกุมมากที่สุด เพื่อไม่ให้ลิโอเนล เมสซี่ และเพื่อนๆ ของเขาเข้ามาทำประตู ได้ทำให้สื่อต่างประเทศต่างก็ชื่นชม เจโรม บัวเต็ง ที่โชว์ฟอร์มได้สุดยอดเลยทีเดียว

อย่างไรก็ดีพอมาถึงนาทีที่ 113 มิริโอ เกิทเซ่ กลายเป็นฮีโร่ ได้ตวัดบอลผ่านมือของผู้รักษาประตูอย่าง เซอร์คิโอ ฌรเมโร่ เข้าไปตุงตาข่ายได้สำเร็จทำให้กลายเป็นประตูชัยของทีมชาติเยอรมันในฟุตบอลโลก 2014 ก็คะแนนนี้กันเลยค่ะ