เหตุการณ์เซฟโอเล่ ยังไงตอนนี้เราก็ยังไม่แน่ใจ ถึงสถานการณ์ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ว่าจะเป็นยังไงต่อไป

เหตุการณ์เซฟโอเล่ จากแรงกดดันอย่างหนัก ต่อผู้จัดการทีม โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ในสถานการณ์อันย่ำแย่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ผลงานดูจะ ต่ำกว่ามาตรฐาน และหลุดความคาดหวัง ตั้งแต่เริ่มต้นซีซั่น ทำให้เกิด #SaveOle (เซฟโอเล่ ภาษาอังกฤษ) ขึ้นมาในช่วงนี้ จากการปะทะกันของความคิดสองฝั่ง ฝั่งไล่ และฝั่งเซฟ

แมนยูฯ ยังได้รับคำแนะนำ ให้ยังยืนเคียงข้าง โซลชาร์ต่อไปก่อน โดยสองครั้งในสิบสี่วัน ยักษ์ใหญ่ โอลด์แทรฟฟอร์ด มีสภาพย่ำแย่จากการ โดนทุบความหวัง ในการคว้า แชมป์พรีเมียร์ลีก โดยคู่ปรับดาร์บีแมนเชสเตอร์(แมนเชสเตอร์ซิตี้)

จากคำพูดของ อดีตกองกลางแมนยูฯ โจเซ่ เคลเบร์ซน หนึ่งในคุณสมบัติหลัก ที่แสดงออกมาของโซลชาร์ ตลอดเวลาการคุมหางเสือ ของทีมควรจะเป็น ปัจจัยหนึ่งที่นำไป ประเมินการคุมทีม ในระยะยาวของเขาด้วย

เคลเบร์ซน พูดไว้ใน Paddy power ว่า “หลายคนได้ถาม คำถามของผมเกี่ยวกับ อนาคตของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ในระยะยาว แต่ในความเห็นของผม โซลชาร์ทำหน้าที่ ได้อย่างเป๊ะ ๆ ตามที่เขาถูกขอให้ทำ มันเป็นเรื่องที่ยาก ที่จะดูแลจัดการสโมสร แมนยู นี้ และต้องทำให้ฟอร์ม การเล่นดีในทุก ๆ ศึกที่เจอ”

เหตุการณ์เซฟโอเล่

โจเซ่ เคลเบร์ซน ยังย้ำถึงสิ่งที่ โซลชาร์ ทำว่า มันไม่ได้เลวร้ายอะไร

“เขาเลือกทีม เขาเลือกที่จะเล่น หลังสามสู้กับท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส แมนยูเล่นได้ดุดันมากขึ้น ในช่วงเวลาที่ ไม่ได้ครองบอล และเล่นได้ดี ในจังหวะสวนกลับ สามารถสร้างแรงกดดัน ให้กับสเปอร์สได้อย่างดี  แต่เมื่อเจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สิ่งพวกนั้นมันไม่เวิร์ค ผู้เล่นแสดงฟอร์มได้ ต่ำกว่ามาตรฐาน และโดนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถล่มราบคาบ”

“แต่การเจอกับ ซิตี้ มันต้องยากมาก ๆ อยู่แล้ว พวกเขาแทบไม่ได้ครองบอล และพอพวกเขา ได้บอล คุณภาพการเล่น ก็ไม่ไหว การพ่ายแพ้ให้แก่ ซิตี้ ไม่ได้แปลว่า โอเล่ จำเป็นต้องโดนไล่ออก”

“โอเล่ทำงานอย่างหนัก เพื่อพัฒนาทีม พวกเขามีนักเตะ ที่มีคุณภาพและ เล่นกับบอลได้ดี แต่ในจังหวะที่ทีม ไม่ได้ครองบอลนั่นแหละ คือจุดที่ทีมควรจะพัฒนา ซึ่งถ้าเขาทำแบบนั้นได้ เขาจะเริ่มชนะมากขึ้น และชีวิตก็จะง่ายขึ้นมาก ทั้งต่อสโมสร และแฟนบอล”

เหตุการณ์เซฟโอเล่

โซลชาร์ อาจจะจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อที่จะรักษาตำแหน่งของตัวเองเอาไว้

จากการเหตุการณ์ ที่แฟนบอลมองว่า มันคือการเหยียดหยาม ที่โดน ลิเวอร์พูล คู่แข่งสำคัญถลุงประตู ไปถึง 5-0 ในบ้านของตนเอง ก่อนหน้าจะมี การแข่งขันกับ สเปอร์ส อตาลันต้า และแมนซิตี้ ที่ผลลัพธ์ก็คือ ย่ำแย่เช่นเดียวกัน

บางทีสิ่งที่สาปแช่ง โซลชาร์มากที่สุด น่าจะเป็นเสียงที่ เล็ดลอดออกมาจาก ห้องแต่งตัวตั้งแต่ การโดนกดดัน ไม่มีอะไรที่เป็นสิ่งใหม่ ที่ต้องเรียนรู้จากเกมเลย ในระดับกลยุทธ์ ซึ่งจริง ๆ มันไม่ใช่จุดแข็ง ของชาวนอร์เวย์คนนี้อยู่แล้ว แต่เสียงแห่งความ ไม่พอใจก็แทรกออกมา จากรอยแตกที่ชี้ไป สู่สถานการณ์ที่ไม่สามารถแก้ไขได้

โซลชาร์ได้รับคำชม เกี่ยวกับทักษะ การบริหารคน ของเขาอยู่เสมอ และมันชัดเจนอยู่ ทุกครั้งในเรื่องนี้ การเผชิญหน้ากับ ผู้เล่นนั้นมันชัดเจน และแม้ตอนนี้ ท่ามกลางความวุ่นวาย ทั้งหมดที่เกิดขึ้น บรรยากาศของทีม ก็ยังไม่ได้มืดมน เหมือนวันสุดท้ายของ ยุคโชเซ มูรีนโย

เหตุการณ์เซฟโอเล่

จาก เหตุการณ์เซฟโอเล่ ผู้เล่นในทีมออกมาท้าทายอำนาจ และความสามารถของ โซลชาร์ อย่างเปิดเผย

แต่เสียงก็ยังกึกก้อง ออกมาจากหน้าอกของทุกคน โดยเฉพาะผู้เล่น ในทีมที่ท้าทายอำนาจ ของโซลชาร์อย่างเปิดเผย ความสับสนจากทางเลือก ที่ไม่ได้วาดภาพ ให้ชัดเจน การจะวนเรือ กลับเข้าฝั่งก็ดูเป็น สิ่งที่ยากลำบาก เหมือนอยากจะเปลี่ยนครก ที่ขึ้นภูเขาไปเขาอื่น

แต่ความหวังก็ ไม่ได้หายไปหมด ซะทีเดียว ด้วยความแข็งแกร่ง จากก้นบึ้งของเขา โซลชาร์ยังมีการ์ดหลายใบ ในมือที่ใช้ได้ หลาย ๆ ใบที่เขาแทบจะ ไม่ได้หยิบมาใช้ มันคงถึงเวลาที่ เขาจะต้องฟังความไม่พอใจ ของนักเตะในทีมสักที และการใช้งาน นักเตะที่ถูกกันออกไป สร้างความสับสน ให้กับทีมอย่างมาก

คนแรกคือ เจสซี ลินการ์ด เขาเป็นกองหน้า ที่ฟอร์มดีที่สุดของยูไนเต็ด ก่อนพักเบรกทีมชาติ แม้จะไม่ได้ลงเล่น ใน พรีเมียร์ลีก หรือ แชมเปียนส์ลีกก็ตาม เขายิงได้สองประตู ในช่วงท้ายเกม หนึ่งในนั้นคือ ชัยชนะที่สำคัญในแมตช์ลีก และเป็นคนที่ ร่วมมือกับ คริสเตียโน โรนัลโด เอาชนะบิยาร์เรอัล แต่การที่เขาได้เล่นเพียงแค่ 10 นาที และต้องนั่งจับนิ้วเล่น อยู่ที่เก้าอี้สำรองในอีก สี่เกมข้างหน้า ทำไมกัน?

พรีเมียร์ลีก

คนที่มีโอกาสน้อยกว่า ลินการ์ด ก็คือ โดนนี ฟัน เดอ เบก

ในขณะที่ไม่มีเหตุผลอะไรชัดเจน ที่จี้ไปถึง(โดนนี ฟัน เดอ เบก) ที่นั่งอยู่เก้าอี้สำรอง เพื่อบอกเหตุผลว่า ทำไมเขาควรจะมีส่วนร่วมในศึก แต่ปัญหากองกลาง ของยูไนเต็ดมันก็มีมากพอ ที่จะแสดงออกแล้วว่า มันจำเป็นต้องมีการเปลีย่นแปลง

คู่หูเฟร็ดและสก็อตต์ (เฟเดริโก โรดริเกซ ซานโตส และ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์) เคยมีภาษีที่ดีมาก แต่คำแนะนำที่เคยมี ถูกเจาะทะลวงไม่มีชิ้นดี ในนัดที่ผ่านมา ส่วน เนมานยา มาติช ก็ถูกพิสูจน์แล้วว่า ช้าเกินไปในศึกที่ผ่าน ๆ มาส่วน ปอล ปอกบา ก็เล่นในตำแหน่งนั้น ไม่ได้จริง ๆ

ผู้เล่นสุดท้ายและหนึ่งเดียว ที่ยังไม่ได้ถูกให้โอกาส อย่างแฟร์ ๆ คือ ฟัน เดอ เบก ทำไมกันน่ะเหรอ? เป็นที่เข้าใจโดยทั่วกัน ว่าฟอร์มของเขา ในช่วงฝึกซ้อมได้สร้างความประทับใจ ให้เพื่อนร่วมทีม และถูกพิสูจน์ในตอนที่ช่วย อาเอฟเซ อายักซ์ ไปถึงรอบรองชนะเลิศ ใน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ซึ่งมันบ่งบอกว่าเขามีความสามารถมากพอ ที่จะลงศึก

เพียงแต่ ฟัน เดอ เบก ไม่ได้มีคุณสมบัติ ในเรื่องการป้องกันในแบบที่ โซลชาร์ ชอบ แต่เขามีความรีแล็กซ์ ในช่วงที่เขาครองบอล และสามารถแจกจ่ายบอลเล่น ให้กับเพื่อนร่วมทีมในสนามได้ดี เอา ฟัน เดอ เบก ไปคู่กับ เฟร็ด หรือ แม็คโทมิเนย์ ที่มีทักษะการป้องกัน อาจจะสร้างไดนามิค ให้กับทีมและกองกลางมากกว่านี้

อย่างไรก็ตามก็ต้องตามดูต่อไปว่า โอ เล่ กุน น่า ร์ โซล ชา ร์ จะพิสูจน์ตัวเอง และเรียกความมั่นใจ จากแฟนบอลกลับมาได้ไหม ก็หวังว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะกลับมาผงาดอีกครั้ง ก่อนจะจบซีซั่นนี้


เรียบเรียง: แซมมีแบร์

FA Cup Previous post FA Cup ศึกฟุตบอลชิงถ้วยรางวัลที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
Steven Gerrard Next post Steven Gerrard นายคนใหม่ของ Aston Villa กับการเดิมพันของทั้งสองฝ่าย